ชั้น 29 ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์

999/9 พระราม 1 กรุงเทพฯ 10330

บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด

0-2107-3466

โทรเลยดิจะรออะไร

News › พบช่องโหว่ Linux Kernel ในระบบ TCP อาจเปิดทางให้ผู้โจมตีได้สิทธิ์ root

พบช่องโหว่ Linux Kernel ในระบบ TCP อาจเปิดทางให้ผู้โจมตีได้สิทธิ์ root

Linux Kernel TCP Flaw With 9.8 CVSS Score Affects Ubuntu, Red Hat and Other Distributions

พบช่องโหว่ร้ายแรง CVE-2026-98432 ใน Linux Kernel ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบปฏิบัติการ Linux โดยช่องโหว่นี้อยู่ในส่วนจัดการการเชื่อมต่อ TCP ผ่าน IPv4 ส่งผลกระทบต่อ Linux หลายระบบ รวมถึง Ubuntu และ Red Hat Enterprise Linux (RHEL) และได้รับคะแนนความรุนแรง CVSS 9.8 จากทีม CVE ของ Linux Kernel

ปัญหานี้เกิดจากข้อผิดพลาดในการจัดการหน่วยความจำ ทำให้ระบบอาจเรียกใช้ข้อมูลจากหน่วยความจำที่ถูกคืนไปแล้ว (Use-After-Free) ผู้โจมตีอาจใช้ช่องโหว่นี้เพื่อดึงข้อมูลบางส่วนจากหน่วยความจำ ทำให้ Server ขัดข้องหรือหยุดทำงาน และในบางเงื่อนไขอาจรันคำสั่งบน Server ด้วยสิทธิ์ root ซึ่งเป็นสิทธิ์สูงสุดของระบบได้

ความเสี่ยงดังกล่าวได้รับการพิสูจน์ในการทดสอบของ Anthropic ซึ่งเปิดเผยเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2026 ว่า AI Claude สามารถสร้างโค้ดโจมตีผ่านช่องโหว่นี้ได้สำเร็จ โดยสามารถรันคำสั่งด้วยสิทธิ์ root บน Linux Server จากระยะไกลได้โดยไม่ต้องมีบัญชีผู้ใช้หรือรหัสผ่าน

อย่างไรก็ตาม การทดสอบดังกล่าวเกิดขึ้นบน Linux Server ที่เปิดใช้งาน Multipath TCP (MPTCP) Listener ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายหลายเส้นทางพร้อมกัน จึงยังไม่มีการยืนยันว่าวิธีโจมตีเดียวกันสามารถใช้ควบคุม Server ที่ไม่ได้เปิด MPTCP Listener ได้หรือไม่

ทั้งนี้ ตามข้อมูล ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2026 ยังไม่มีรายงานยืนยันว่าช่องโหว่นี้ถูกนำไปใช้โจมตีระบบจริง

Linux ระบบไหนได้รับผลกระทบ และมี Patch แล้วหรือยัง?

แม้ผู้พัฒนา Linux Kernel จะออกโค้ดแก้ไขช่องโหว่นี้แล้ว แต่ Linux แต่ละระบบยังต้องออกแพ็กเกจอัปเดตของตัวเอง ทำให้บางระบบมี Patch พร้อมใช้งาน ขณะที่บางระบบยังอยู่ระหว่างดำเนินการ

จากข้อมูล ณ วันที่ 29–30 ตุลาคม 2026 สถานะการแก้ไขมีดังนี้

  • Ubuntu 16.04 – 26.10: ยังไม่มี Patch โดย Ubuntu 22.04 LTS, 24.04 LTS, 26.04 LTS และ 26.10 อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข
  • RHEL 8, 9, 10 และ OpenShift 4: ได้รับผลกระทบและยังไม่มี Patch ส่วน RHEL 7 ไม่ได้รับผล
    กระทบ
  • Amazon Linux 2023: มี Patch สำหรับ Kernel 6.12 และ 6.18 แล้ว แต่ Kernel แพ็กเกจอื่นยังรอแก้ไข รวมถึง Amazon Linux 2
  • Oracle Linux 7–10: มี Patch สำหรับ UEK Kernel แล้ว
  • Debian 12 และ 13: มี Patch แก้ไขแล้ว
  • SUSE / openSUSE: SUSE Linux Micro 6.2 และ openSUSE Leap 16.0 มี Patch แล้ว ส่วน SLES และ SLE Micro บางเวอร์ชันยังอยู่ระหว่างทดสอบหรือแก้ไข

สำหรับ Ubuntu และ RHEL ยังไม่มีการประกาศกำหนดการออก Patch อย่างชัดเจนตามข้อมูลในช่วงเวลาดังกล่าว

ส่วนคะแนนความรุนแรง CVSS แม้ทีม CVE ของ Linux Kernel จะให้คะแนน 9.8 แต่ผู้พัฒนา Linux รายอื่นประเมินไว้ระหว่าง 5.9 – 8.1 เนื่องจากมีมุมมองเกี่ยวกับความยากในการโจมตีและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นแตกต่างกัน

ผู้ดูแล Linux Server ควรทำอย่างไร?

  • ตรวจสอบ Linux Distribution และ Kernel Version ว่าอยู่ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหรือไม่
  • อัปเดต Kernel เป็นเวอร์ชันที่แก้ไขช่องโหว่แล้ว ตามประกาศของผู้พัฒนา
  • ติดตาม Security Advisory สำหรับ Linux ที่ยังไม่มี Patch เช่น Ubuntu และ RHEL
  • ตรวจสอบบริการ TCP ที่เปิดให้เข้าถึงจากภายนอก โดยเฉพาะระบบที่เปิดใช้งาน MPTCP Listener
  • สำรองข้อมูลก่อนอัปเดต Kernel และวางแผนรีบูต Server เพื่อลดผลกระทบต่อการให้บริการ

สำหรับ Linux ที่ยังไม่มี Patch การปิด MPTCP เพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันว่าจะป้องกันช่องโหว่นี้ได้ เนื่องจากปัญหาอยู่ในส่วนจัดการ TCP ของ Linux Kernel และอาจส่งผลต่อระบบที่ไม่ได้เปิด MPTCP ด้วย ดังนั้นผู้ดูแลระบบจึงควรติดตามประกาศจากผู้พัฒนาและติดตั้ง Kernel ที่แก้ไขแล้วเมื่อพร้อมใช้งาน

สำหรับธุรกิจที่ต้องการใช้งาน Server หรือดูแลเว็บไซต์ hostatom พร้อมให้คำแนะนำและช่วยเหลือด้านการใช้งาน โดยมีทีม Support พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา: thehackernews

  • สนใจติดตามข่าวสารกับทางโฮสอะตอมได้ที่ hostatom.com
Categories