หลัง PHP ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ PHP2Shell สถานการณ์การโจมตียังคงมีความเคลื่อนไหว โดย CISA เตือนถึงการใช้ช่องโหว่ดังกล่าวร่วมกับ Fragnesia ใน Linux Kernel เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root หรือสิทธิ์สูงสุดของระบบ บน Server ที่มีช่องโหว่
จาก PHP2Shell สู่การยึดสิทธิ์ Linux Server
Fragnesia หรือ CVE-2026-46300 เป็นช่องโหว่ระดับ High ในส่วน XFRM ESP-in-TCP ของ Linux Kernel ซึ่งเปิดทางให้ผู้โจมตีที่เข้าถึงระบบได้แล้วเพิ่มสิทธิ์เป็น root
CISA ระบุว่าผู้โจมตีสามารถใช้ช่องโหว่นี้ร่วมกับ PHP2Shell ได้แก่ CVE-2026-109618 และ CVE-2026-109619 เพื่อติดตั้ง PHP webshell และรันคำสั่งด้วยสิทธิ์สูงสุดบนระบบที่ยังไม่ได้แก้ไขช่องโหว่
พบหลักฐานการโจมตี Server 25 เครื่อง
นักวิจัยจาก Dream Security พบหลักฐานการใช้ PHP2Shell ร่วมกับ Fragnesia เพื่อยึดสิทธิ์ root บน Server 25 เครื่อง ในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้ โดยผู้โจมตีมุ่งเป้าเพิ่มเติมไปยัง Server 3 เครื่องขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลสหรัฐฯ
หลักฐานที่พบประกอบด้วยรายชื่อเป้าหมาย บันทึกการโจมตี และสคริปต์สำหรับใช้หลังเจาะระบบประมาณ 40 รายการ
CISA เพิ่ม Fragnesia ในรายการช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตีจริง
CISA เพิ่ม Fragnesia เข้าสู่รายการ Known Exploited Vulnerabilities (KEV) หลังจากเพิ่มช่องโหว่ PHP2Shell ไปก่อนหน้านี้ พร้อมกำหนดให้หน่วยงานรัฐบาลกลางที่อยู่ภายใต้ข้อบังคับดำเนินการแก้ไข อย่างไรก็ตาม ขณะเผยแพร่ข่าว CISA ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโจมตีที่ใช้ช่องโหว่เหล่านี้ร่วมกัน
สำหรับประเด็นความเสี่ยงของ PHP2Shell ต่ออุปกรณ์เครือข่าย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในข่าว พบการโจมตีช่องโหว่ระบบเครือข่าย เตือน PHP2Shell เสี่ยงกระทบ Firewall และ VPN
ความปลอดภัยของเว็บไซต์เกี่ยวข้องทั้งกับแอปพลิเคชันและระบบ Server เลือก Shared Hosting, Cloud VPS หรือ Dedicated Server จาก hostatom พร้อมทีม Support คนไทยตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มา : bleepingcomputer


