ชั้น 29 ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์

999/9 พระราม 1 กรุงเทพฯ 10330

บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด

0-2107-3466

โทรเลยดิจะรออะไร

News › PHP ออกแพตช์ฉุกเฉิน แก้ช่องโหว่ร้ายแรง PHP2Shell พร้อมแนะนำผู้ดูแลเว็บไซต์อัปเดตโดยเร็ว

PHP ออกแพตช์ฉุกเฉิน แก้ช่องโหว่ร้ายแรง PHP2Shell พร้อมแนะนำผู้ดูแลเว็บไซต์อัปเดตโดยเร็ว

PHP ships emergency patches for critical PHP2Shell flaws

ทีมพัฒนา PHP ประกาศออกแพตช์ความปลอดภัยฉุกเฉินเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2026 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ร้ายแรง 2 รายการ ได้แก่ CVE-2026-109618 และ CVE-2026-109619 หรือที่เรียกรวมกันว่า PHP2Shell ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีรันโค้ดที่เป็นอันตรายบนเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกลได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าสู่ระบบ

ช่องโหว่ดังกล่าวมีความรุนแรงระดับ Critical (CVSS 9.2) และส่งผลต่อ PHP ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้พัฒนาและประมวลผลเว็บไซต์จำนวนมาก รวมถึงเว็บไซต์ที่ใช้งาน WordPress, Joomla และ Drupal ผู้ดูแลเว็บไซต์จึงควรตรวจสอบสถานะแพตช์และดำเนินการอัปเดตโดยเร็ว

สำหรับลูกค้าที่ใช้งานบริการ Shared Hosting ของ hostatom ทางทีมงานได้ดำเนินการติดตั้งแพตช์ความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ PHP2Shell เรียบร้อยแล้ว ลูกค้าจึงไม่จำเป็นต้องติดตั้งแพตช์ดังกล่าวบนเซิร์ฟเวอร์ด้วยตนเอง

ช่องโหว่ PHP2Shell คืออะไร?

PHP2Shell เป็นชื่อเรียกช่องโหว่ความปลอดภัย 2 รายการที่เกิดจากปัญหาการจัดการหน่วยความจำภายใน PHP ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้จากระยะไกล

โดยช่องโหว่ทั้งสองมีรายละเอียดดังนี้

  • CVE-2026-109618: เกิดจากปัญหาการจัดการหน่วยความจำเมื่อระบบมีหน่วยความจำไม่เพียงพอ ส่งผลให้ PHP อาจนำข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์มาใช้งาน และเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้
  • CVE-2026-109619: เกิดจากการที่ PHP อาจนำข้อมูลในหน่วยความจำที่ถูกคืนให้ระบบไปแล้วกลับมาใช้งาน ทำให้ผู้โจมตีอาจใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้เพื่อรันโค้ดจากระยะไกลได้

ช่องโหว่ทั้งสองมีคะแนนความรุนแรง CVSS 4.0 เท่ากับ 9.2 จาก 10 คะแนน อยู่ในระดับ Critical

หากผู้โจมตีใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ได้สำเร็จ อาจสามารถเข้าถึงไฟล์ ข้อมูล หรือสั่งให้เซิร์ฟเวอร์ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ภายใต้สิทธิ์ของระบบที่ใช้ประมวลผลเว็บไซต์

เว็บไซต์ประเภทใดบ้างที่อาจได้รับผลกระทบ?

ช่องโหว่ PHP2Shell อาจส่งผลกระทบต่อเว็บไซต์ที่ใช้งาน PHP เวอร์ชันซึ่งยังไม่ได้รับแพตช์ความปลอดภัย โดยครอบคลุมระบบประมวลผล PHP หลายรูปแบบ เช่น PHP-FPM, Apache mod_php, php-cgi, FrankenPHP และ LiteSpeed

ดังนั้น เว็บไซต์บริษัท ร้านค้าออนไลน์ หรือเว็บไซต์ที่พัฒนาด้วย WordPress ก็อาจได้รับผลกระทบ หากเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการยังใช้งาน PHP เวอร์ชันที่มีช่องโหว่

สิ่งสำคัญที่ควรทราบ: การอัปเดต WordPress ธีม หรือปลั๊กอินเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถแก้ไขช่องโหว่ PHP2Shell ได้ เนื่องจากปัญหานี้เกิดขึ้นภายในตัว PHP ที่ทำงานอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ จึงจำเป็นต้องติดตั้งแพตช์ความปลอดภัยของ PHP โดยตรง

PHP เวอร์ชันใดได้รับการแก้ไขช่องโหว่แล้ว?

ทีมพัฒนา PHP ได้เผยแพร่เวอร์ชันที่แก้ไขช่องโหว่ PHP2Shell แล้ว ดังนี้

PHP เวอร์ชันเวอร์ชันที่แก้ไขแล้ว
PHP 8.28.2.35
PHP 8.38.3.36
PHP 8.48.4.27
PHP 8.58.5.12

ผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์ควรอัปเดต PHP ให้เป็นเวอร์ชันที่แก้ไขแล้ว หรือใหม่กว่าในสายเวอร์ชันเดียวกัน

สำหรับผู้ที่ยังใช้งาน PHP 8.1 หรือเก่ากว่า ซึ่งไม่ได้รับการอัปเดตความปลอดภัยตามปกติจากทีมพัฒนา PHP แล้ว ควรตรวจสอบว่าผู้ให้บริการระบบมีแพตช์รองรับหรือไม่ และวางแผนอัปเกรดไปยัง PHP เวอร์ชันที่ยังได้รับการสนับสนุน

ทั้งนี้ ผู้ให้บริการระบบบางรายอาจนำแพตช์ความปลอดภัยมาปรับใช้กับ PHP เวอร์ชันเดิม โดยไม่เปลี่ยนหมายเลขเวอร์ชัน จึงควรตรวจสอบสถานะแพตช์จากผู้ให้บริการประกอบด้วย

hostatom อัปเดตแพตช์ความปลอดภัยสำหรับ Shared Hosting เรียบร้อยแล้ว

เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากช่องโหว่ PHP2Shell ทาง hostatom ได้ดำเนินการติดตั้งแพตช์ความปลอดภัยสำหรับบริการ Shared Hosting เรียบร้อยแล้ว โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องดำเนินการติดตั้งแพตช์ดังกล่าวในระดับเซิร์ฟเวอร์ด้วยตนเอง

อย่างไรก็ตาม ลูกค้ายังคงควรดูแลเว็บไซต์ให้มีความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เช่น อัปเดต WordPress ธีม และปลั๊กอินให้เป็นเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขช่องโหว่ล่าสุด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาความปลอดภัยอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น

ลูกค้าที่ใช้งาน VPS หรือ Dedicated Server ควรดำเนินการอย่างไร?

สำหรับลูกค้าที่ใช้งานบริการ Cloud VPS, Private Server และ Dedicated Server ควรตรวจสอบสถานะแพตช์ของ PHP ตามระบบและขอบเขตการดูแลเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งาน โดยมีคำแนะนำดังนี้

  1. ตรวจสอบเวอร์ชัน PHP ที่ใช้งาน ผ่านระบบจัดการเซิร์ฟเวอร์ เช่น DirectAdmin หรือ Plesk หรือตรวจสอบจากแพ็กเกจ PHP ที่ติดตั้งบนระบบ
  2. ตรวจสอบสถานะแพตช์ความปลอดภัย หาก PHP ยังไม่ได้รับการแก้ไขช่องโหว่ ควรดำเนินการอัปเดตโดยเร็ว
  3. สำรองข้อมูลก่อนดำเนินการ โดยเฉพาะกรณีที่จำเป็นต้องเปลี่ยนเวอร์ชัน PHP เพื่อป้องกันผลกระทบจากปัญหาความเข้ากันได้ของเว็บไซต์
  4. ตรวจสอบเว็บไซต์หลังอัปเดต เช่น การเข้าสู่ระบบ การส่งแบบฟอร์ม ระบบสั่งซื้อสินค้า และฟังก์ชันสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่ายังสามารถใช้งานได้ตามปกติ

หากไม่แน่ใจเกี่ยวกับเวอร์ชัน PHP หรือวิธีการอัปเดต สามารถติดต่อทีม Support ของ hostatom เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้

การติดตั้งแพตช์ PHP สำคัญอย่างไร?

การติดตั้งแพตช์ความปลอดภัยเป็นวิธีสำคัญในการป้องกันการโจมตีผ่านช่องโหว่ PHP2Shell เนื่องจากช่องโหว่นี้เกิดขึ้นภายในตัว PHP แม้เว็บไซต์จะมีระบบป้องกันการโจมตีอย่าง Web Application Firewall (WAF) ก็ไม่สามารถใช้ทดแทนการติดตั้งแพตช์ได้อย่างสมบูรณ์

นอกจากการอัปเดต PHP แล้ว ผู้ดูแลเว็บไซต์ยังควรตรวจสอบความปลอดภัยของระบบอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการอัปเดตซอฟต์แวร์ การสำรองข้อมูล และการตรวจสอบความผิดปกติของเว็บไซต์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามต่าง ๆ

สรุป

PHP2Shell เป็นช่องโหว่ความปลอดภัยระดับ Critical ที่อาจเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกลได้ ผู้ดูแลเว็บไซต์และเซิร์ฟเวอร์จึงควรตรวจสอบสถานะแพตช์และอัปเดต PHP ให้เป็นเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขแล้วโดยเร็ว

สำหรับลูกค้าที่ใช้งาน Shared Hosting ของ hostatom ทางทีมงานได้ดำเนินการติดตั้งแพตช์ความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว ส่วนลูกค้าที่ดูแล VPS หรือ Dedicated Server ควรตรวจสอบและดำเนินการอัปเดตตามระบบที่ใช้งาน

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ PHP หรือการอัปเดตความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ สามารถติดต่อทีม Support ของ hostatom ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับคำแนะนำและแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม

ติดต่อ hostatom

แหล่งอ้างอิง

  • สนใจติดตามข่าวสารกับทางโฮสอะตอมได้ที่ hostatom.com
Categories