กสทช. เสนอให้มีการจัดเก็บรายได้ OTT ตามปริมาณข้อมูล

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “5G ปลุกไทยที่ 1 ในอาเซียน” ณ ห้องประชุม อาคารมหิตลาธิเบศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประเด็นที่นำมาพูดนั้นมี 3 ประเด็นใหญ่ๆ ด้วยกัน แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ เรื่องการจัดเก็บรายได้จากปริมาณทราฟฟิกที่นำมาใช้งานจากผู้ให้บริการอินเตอร์เนตเกตเวย์ระหว่างประเทศ

โดยทาง กสทช. อธิบายว่า เมื่อมีระบบ 5 G แล้วคาดว่าจะมีการใช้งานข้อมูลหรือดาต้าเพิ่มขึ้นประมาณ 40 เท่าของการใช้งานในปัจจุบัน ซึ่งมีการใช้งานเฉลี่ย 6 ล้านเทราไบต์ต่อปี ดังนั้น รัฐจึงสามารถเก็บรายได้จากปริมาณการใช้งานดาต้าเหล่านี้ได้ โดยจะจัดเก็บตามปริมาณการใช้งาน เพราะถือว่าเป็นการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศ ซึ่งต้องมีการพัฒนาและบำรุงรักษาตลอดเวลา

หลักการก็คือ ทาง กสทช.จะให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เนตเกตเวย์ระหว่างประเทศจัดทำรายละเอียดการใช้งานทราฟฟิกที่นำเข้าจากต่างประเทศว่ามีจำนวนหรือปริมาณเท่าใด และทำการพิจารณาเป็นระดับว่า ระดับใดหรือจำนวนใดที่จะสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียเงิน หรือการใช้งานปริมาณเท่าใดถึงจะอยู่ในระดับธุรกิจ และหาเป็นระดับธุรกิจก็ต้องดูกันต่อไปอีกว่าจะเป็นธุรกิจระดับใด รหะว่าง เล็ก กลาง ใหญ่

ในการนี้ทางเลขาธิการ กสทช. กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า หลักการนี้จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ในทางกลับกันอาจจะส่งผลดีต่อรายได้ของประเทศ

OTT หรือ Over-the-top คือการให้บริการใดๆ ผ่านอินเทอร์เน็ตเปิด โดยที่ผู้ให้บริการ OTT ไม่ได้ลงทุนหรือเป็นเจ้าของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตเอง เช่น facebook Uber AirBnb, YouTube, Line TV หรือ Netflix นั่นเอง

ที่มา: มติชน, THE BANGKOK INSIDE, TIME CONSULTING