ชั้น 29 ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์

999/9 พระราม 1 กรุงเทพฯ 10330

บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด

0-2107-3466

โทรเลยดิจะรออะไร

News › เพียงแค่เปิดเว็บด้วย Safari บน Apple macOS ระวังอาจโดยแฮ็กได้!

เพียงแค่เปิดเว็บด้วย Safari บน Apple macOS ระวังอาจโดยแฮ็กได้!

Syndis บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่รับการว่าจ้างจาก Dropbox ให้ทำการทดสอบเจาะระบบบริษัท IT ต่างๆ ซึ่งรวมถึงซอฟต์แวร์ของ Apple ที่ใช้กับ Dropbox จากการทดลองระบบ Syndis พบว่าช่องโหว่ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้ส่งผลกับ macOS เท่านั้น ยังส่งผลถึงผู้ใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ Safari เวอร์ชั่นล่าสุดอีกด้วย สำหรับช่องโหว่ที่พบนั้นมี 3 ช่องโหว่บน Apple macOS แฮกเกอร์จะใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้เข้าควบคุมเครื่อง Mac ของผู้ใช้ได้
ช่องโหว่ที่พบทั้ง 3 ได้แก่
  1. ช่องโหว่หมายเลข CVE-2017-13890 จะอยู่ในส่วนของ CoreTypes บนเครื่อง macOS ช่องโหว่นี้จะอนุญาตให้เบราเซอร์ Safari ดาวน์โหลดและ mount disk image บนเครื่องของเหยื่อเมื่อเข้าชมเว็บที่แฮกเกอร์สร้างขึ้นมาอัตโนมัติ
  2. ช่องโหว่หมายเลข CVE-2018-4176 ช่องโหว่นี้จะอยู่ในในส่วนของ Disk Images handled ที่ชื่อว่า .bundle ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นที่ใช้สำหรับใช้เป็น directories แฮกเกอร์จะใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ทำการโจมตีโดยใช้แอปพลิเคชั่นที่สร้างขึ้นจาก mounted disk เพื่อทำการ bootable volume utility ที่เรียกว่า bless เพื่อเปิดโฟลเดอร์อาร์กิวเมนต์
  3. ช่องโหว่หมายเลข CVE-2018-4175 เป็นช่องโหว่ที่เกี่ยวกับการหลบหลีกตัวกรองมัลแวร์ gatekeeper ของเครื่อง macOS ช่องโหว่นี้จะอนุญาตให้แอปพลิเคชั่นที่แฮกเกอร์สร้างขึ้นข้ามผ่าน code signing enforcement จากนั้นจะทำการรันเปลี่ยนแปลงเวอร์ชั่นแอปพลิเคชั่น Terminal ทำให้แฮกเกอร์สามารถสั่งรันคำสั่งตามต้องการได้ ช่องโหว่ทั้ง 3 นี้ได้รับการพิสูจน์แล้วโดยนักวิจัย สามารถดูได้จากวิดีโอด้านล่างนี้
นักวิจัยได้อธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนวิธีการโจมตีนี้ว่า การโจมตีมี 2 ขั้นตอนด้วยกันอาศัยใช้ช่องโหว่ทั้ง 3 เพื่อเข้าควบคุมเครื่อง Mac ผ่านเว็บไซต์ที่แฮกเกอร์สร้างขึ้น ขั้นตอนแรกจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเวอร์ชั่นแอปพลิเคชั่น Terminal ซึ่งได้รับการบันทึกชื่อ-นามสกุลไฟล์ใหม่เป็น .workingpoc จากนั้นทำการเพิ่มโฟลเดอร์เปล่าเข้าไปชื่อว่า “test.bundle” และตั้งค่าเริ่มต้นเป็น “openfolder” จากนั้นจะทำการเปิด /Applications/Terminal.app อัตโนมัติ
ขั้นตอนที่สองเป็นการ unsigned shellscript ด้วยไฟล์ .workingpoc ซึ่งจะทำการรันในแอปพลิเคชั่น Terminal อัตโนมัติ Syndis ได้รายงานช่องโหว่นี้ให้กับทีมรักษาความปลอดภัยของ Apple ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และได้ทำการอัปเดตเพื่อแก้ไขปัญหาช่องโหว่นี้แล้วเมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา ดังนั้นผู้ใช้ควรทำการอัปเดตด่วน

ที่มา: The Hacker News

  • สนใจติดตามข่าวสารกับทางโฮสอะตอมได้ที่ hostatom.com
Categories