เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Microsoft ได้ออกแทช์อัปเดตเพื่ออุดช่องโหว่ 61 ช่อง ในที่นี้มี 17 ช่องโหว่ที่ถือว่าเป็นปัญหาร้ายแรง ที่เหลือจัดอยู่ในระดับที่สำคัญ กับปานกลาง
หมายเลขช่องโหว่ที่รู้จักกัน และแพร่กระจายอยู่ในขณะนี้ได้แก่
- ช่องโหว่หมายเลข CVE-2018-8475 ซึ่งเป็นช่องโหว่เกี่ยวกับ Windows Critical RCE เป็นช่องโหว่ที่สามารถทำให้ Hacker สั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้
- ช่องโหว่หมายเลข CVE-2018-8440 เป็นช่องโหว่ที่เกี่ยวกับ Windows ALPC เป็นช่องโหว่ที่สามารถทำให้ Hacker ข้ามผ่านสิทธิ์ทำให้สามารถรันโค้ดบนเครื่องเป้าหมายได้
- ช่องโหว่หมายเลข CVE-2018-8457 เป็นช่องโหว่ที่เกี่ยวกับ Scripting Engine Memory Corruption เมื่อ scripting engine ไม่สามารถจดการสิ่งที่อยู่ในหน่วยความจำบน Microsoft browsers ทำให้ Hacker สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลบนเครื่องเป้าหมายและสามารถเข้าสู่ระบบในระดับผู้ใช้ได้
- ช่องโหว่หมายเลข CVE-2018-0965 และ CVE-2018-8439 ช่องโหว่ทั้งสองนี้เป็นช่องโหว่เกี่ยวกับ Windows Hyper-V ที่อยู่บน โฮสเซิร์ฟเวอร์ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้ได้ ทำให้ Hacker สามารถเข้าสู่ระบบในระดับ guest ได้อย่างถูกต้อง
- แพทช์อัปเดตนั้นใช้อุดช่องโหว่บน Microsoft Windows, Edge, Internet Explorer, MS Office, ChakraCore,. NET Framework, Microsoft.Data.OData, ASP.NET และอื่น ๆ สำหรับการอัปเดตสามารถทำได้โดยไปที่ Settings → Update & security → Windows Update → Check for updates หรือติดตั้งตัวอัปเดตด้วยตนเองก็ได้
- ช่องโหว่หมายเลข VE-2018-15965, CVE-2018-15957, CVE-2018-15958 และCVE-2018-15959เป็นช่องโหว่ที่อยู่ในระดับร้ายแรง ซึ่งอาจส่งผลต่อการเรียกใช้โค้ดได้
- ช่องโหว่หมายเลข CVE-2018-15961 ช่องโหว่นี้อาจทำให้ Hacker สามารถเรียกใช้โค้ดที่เขียนขึ้นมาได้
- ช่องโหว่หมายเลข CVE-2018-15960 ช่องโหว่นี้อาจทำให้ Hacker เขียนไฟล์ทับโดยพลการได้
- ช่องโหว่หมายเลข CVE-2018-15963 ช่องโหว่นี้ทำให้ Hacker สามารถสร้างโฟลเดอร์ และเข้าถึงไดเรกทอรีได้
- ช่องโหว่หมายเลข CVE-2018-15962 ช่องโหว่นี้ทำให้ Hacker นำข้อมูลออกมาเปิดเผยไได้อย่างถูกต้อง
- ช่องโหว่หมายเลข CVE-2018-15964 บั๊กของช่องโหว่นี้ช่วยให้ Hacker สามารถนำข้อมูลออกมาเปิดเผยได้
ที่มา : Bleeping Computer


