LiteSpeed Web Server Enterprise พบช่องโหว่ระดับ Critical ที่อาจเปิดทางให้ผู้ใช้เว็บไซต์ที่มีสิทธิ์จำกัด ยกระดับสิทธิ์จนเข้าถึง Root บน Shared Hosting Server และอาจเข้าถึงหรือแก้ไขเว็บไซต์บัญชีอื่นที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์เดียวกันได้
cPanel เปิดเผยข้อมูลผ่าน Security Advisory เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 โดยระบุว่าช่องโหว่นี้กระทบ LiteSpeed Web Server Enterprise เวอร์ชันก่อน 6.3.7
ช่องโหว่นี้มีความเสี่ยงอย่างไร
หากผู้โจมตีมี Hosting Account อยู่บน Shared Hosting Server ช่องโหว่นี้อาจถูกใช้เพื่อข้ามข้อจำกัดของบัญชี และเข้าถึงส่วนของระบบที่ปกติไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงข้าม CageFS ของ CloudLinux ซึ่งทำหน้าที่แยกและจำกัดการเข้าถึงระหว่างแต่ละ Hosting Account
หากโจมตีสำเร็จ ผู้โจมตีอาจยกระดับสิทธิ์เป็น Root ซึ่งเป็นสิทธิ์ระดับสูงสุดของระบบ ทำให้สามารถเข้าถึงหรือแก้ไขเว็บไซต์ของบัญชีอื่นบนเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน รวมถึงตัวเซิร์ฟเวอร์ได้
ปัจจุบัน cPanel และ LiteSpeed ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคของช่องโหว่ รวมถึงยังไม่มีหมายเลข CVE หรือคะแนน CVSS และยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าช่องโหว่นี้ถูกนำไปใช้โจมตีจริง
ผู้ดูแล Server ควรอัปเดตเป็น LiteSpeed 6.3.7
cPanel และ LiteSpeed แนะนำให้ผู้ดูแลระบบอัปเดต LiteSpeed Web Server Enterprise เป็นเวอร์ชัน 6.3.7 โดยควรตรวจสอบเวอร์ชันที่ใช้งานอยู่ เนื่องจาก LiteSpeed ระบุว่าเวอร์ชันดังกล่าวอาจใช้เวลาสักระยะก่อนถูกปล่อยผ่าน Auto Update
หากต้องการอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 6.3.7 สามารถใช้คำสั่งที่ cPanel และ LiteSpeed แนะนำดังนี้
/usr/local/lsws/admin/misc/lsup.sh -f -v 6.3.7
อย่างไรก็ตาม การระบุเวอร์ชันในการ Force Update จะทำให้เซิร์ฟเวอร์หยุดติดตาม Stable Update Tier หลังอัปเดตแล้ว หากต้องการกลับมาติดตาม Stable Release อัตโนมัติ สามารถใช้คำสั่ง
touch /usr/local/lsws/autoupdate/follow_stable
ขณะนี้ cPanel และ LiteSpeed ยังไม่ได้ระบุวิธีรับมือชั่วคราวสำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่สามารถอัปเดตได้ทันที รวมถึงยังไม่มี Indicators สำหรับตรวจสอบว่าเซิร์ฟเวอร์เคยถูกโจมตีผ่านช่องโหว่นี้หรือไม่
ทั้งนี้ Security Advisory ระบุผลกระทบเฉพาะ LiteSpeed Web Server Enterprise ส่วน OpenLiteSpeed ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าได้รับผลกระทบจากช่องโหว่นี้
ที่มา: The Hacker News


