อัพเดทระบบความปลอดภัย เพื่อป้องกันการเข้าถึง Wi-FI Protected Access

Wi-Fi Alliance ประกาศว่าจะเปิดตัว Wi-Fi Protected Access (WPA3) ในปลายปีนี้โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มการป้องกันให้กับระบบ Network ซึ่ง WPA3 จะมาแทน WPA2 ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
Wi-Fi Protected Access ได้ถูกนำมาใช้งานโดยอุปกรณ์ไร้สายนับพันล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึง มือถือ, แท็บเล็ต และอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกับอินเตอร์เนต (Internet of Things (IoT)) โดยที่ Wi-Fi Alliance ได้รองรับอุปกรณ์ Wi-Fi มามากกว่า 35,000 เครื่อง
ในตอนนี้ WPA3 ยังไม่พร้อมที่จะใช้งาน เนื่องจาก Wi-Fi Protected Alliance ต้องทำการปรับปรุงฮาร์ดแวร์ก่อนที่จะจะใช้งาน WPA3 ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน แต่ทาง Wi-Fi Alliance เชื่อว่า WPA3 นี้จะมาพร้อมกับ
1. การเข้ารหัสข้อมูลของแต่ละบุคคล ซึ่งเป็นสร้างความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ในการเข้าถึงระบบเครือข่าย
2. การปกป้อง และป้องกัน Hacker ในการพยายามเข้าสู่ระบบหลายๆ ครั้งผ่านทางรหัสผ่านที่ใช้ทั่วไป
3. ลดความซับซ้อนในการกำหนดความปลอดภัยที่ไม่มีการแสดงผล เช่นอุปกรณ์ IoT
4. ใช้ระบบความปลอดภัย 192- bit ตรงกับ Commercial National Security Algorithm ด้านการป้องกันทางด้านเครือข่าย
ทางด้าน IT decision-makers ยินดีกับการปรับปรุงทางด้าน Wi-Fi จาก WPA2 ไปเป็น WPA3 ครั้งนี้ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านความปลอดภัยได้เตือนเกี่ยวกับการโจมตีเครือข่ายในระดับ corporate และช่องโหว่ใน WPA2 ที่ยังเปิดช่องให้ Hacker ใช้ประโยชน์จากระบบความปลอดภัยที่หละหลวมนี้มาตั้งนานแล้ว
เพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัย ผู้นำทางด้านระบบความปลอดภัยจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่หลากหลาย รวมไปถึงเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาในการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะในปัจจุบันนี้มีการเชื่อมต่อทางระบบเครือข่ายมากขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการเชื่อมต่อ จึงต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อที่มากขึ้น

ที่มา Security Intelligence